ประเพณี

ประเพณี เป็นกิจกรรมที่มีการปฏิบัติสืบเนื่องกันมา เป็นเอกลักษณ์และมีความสำคัญต่อสังคม เช่น การแต่งกาย ภาษา วัฒนธรรม ศาสนา ศิลปกรรม กฎหมาย คุณธรรม ความเชื่อ ฯลฯ อันเป็นบ่อเกิดของวัฒนธรรมของสังคมเชื้อชาติต่างๆ กลายเป็นประเพณีประจำชาติและถ่ายทอดกันมาโดยลำดับ หากประเพณีนั้นดีอยู่แล้วก็รักษาไว้เป็นวัฒนธรรมประจำชาติ หากไม่ดีก็แก้ไขเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเทศะ


-อำเภอทุ่งหว้า ประเพณีไหว้ผีโบ๋ 

ความเชื่อเรื่องบุญสารทเดือนสิบเป็นประเพณีที่วิวัฒนาการมาจากประเพณี "เปตพลี” ของศาสนาพราหมณ์ อันเป็นประเพณีที่จัดทำขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย ปฏิบัติต่อเนื่องมาในอินเดียก่อนสมัยพุทธกาล  พระพุทธองค์เห็นว่าเป็นประเพณีที่ดีงามจึงอนุญาตให้พุทธบริษัทปฏิบัติสืบเนื่องตามโดยมีความเชื่อว่าในวันแรม ๑ ค่ำ เดือนสิบ จนถึงวันแรม  ๑๕  ค่ำ เดือนสิบ เปตชน (บรรพบุรุษย์ที่ล่วงลับไปแล้ว) จะได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาเยี่ยมลูกหลานญาติพี่น้อง ที่เมืองมนุษย์   จึงมีการทำบุญรับตายาย  ในวันแรม  ๑  ค่ำเดือนสิบและในวันแรม  ๑๕  ค่ำ  เดือนสิบ  เป็นวันที่เปตชน ทั้งหลายต้องกลับนรกตามเดิม ลูกหลานจึงทำบุญอุทิศให้บรรพบุรุษเปตชน  อีกครั้งเป็นส่งตายาย เดินทางกลับเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที  จึงมีการทำบุญยกหฺมฺรับใหญ่กันอย่างเต็มที่ เพื่อให้บรรพบุรุษเดินทางกลับอย่างมีความสุข มีสิ่งของที่ลูกหลานอุทิศไปให้ใช้ในระหว่างเสวยกรรมเพียงพอในรอบปี ทั้งของคาว  ของหวาน




-อำเภอควนกาหลง ประเพณีดอกกาหลงบาน


มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวผลิตภัณฑ์ของดีประจำอำเภอ ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง รวมทั้งอนุรักษ์สืบสานประเพณีวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น การแสดงบนเวที การละเล่นพื้นบ้านต่างๆ เพื่อสันทนาการ และการบันเทิง ตลอดจนเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ จัดจำหน่ายสินค้าราคาถูก และจัดสถานที่ให้ประชาชนได้นำสินค้าทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน มาจำหน่ายสร้างรายได้เสริมให้กับประชาชนอีกทางหนึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแข่งขันกีฬาสากล การแข่งขันกีฬาเปตอง กีฬามวยไทย การแข่งขันกรีดยางพารา การแข่งขันนกกรงหัวจุก การแข่งขันว่าว การจัดนิทรรศการ กิจกรรมปั่นจักรยานชมแหล่งท่องเที่ยว งานแสดงโชว์มอเตอร์ครอสผาดโผน การประกวดนางงามดอกกาหลง การประกวดนักร้องลูกทุ่ง ชาย-หญิง และการแสดง แสง สี เสียง อีก


-อำเภอควนโดน ประเพณีวันจำปาดะ


จำปาดะเป็นผลไม้ตระกูลขนุน เป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองเจริญเติบโตได้ดีในดินทั่วๆไป ทนต่อความแห้งแล้ง ศัตรูพืชรบกวนน้อย จำปาดะแบ่งออกได้ ๒ ประเภท คือ จำปาดะขนุนและจำปาดะบ้าน เมื่อผลสุกจะส่งกลิ่นอบอวลคล้ายทุเรียน จำปาดะปลูกกันทั่วไปในจังหวัดสตูลจนถือว่าเป็นผลไม้ประจำจังหวัด พันธุ์ที่มีชื่อเสียง คือ ขวัญสตูล” กับ วังทอง” เพื่อเป็นการส่งเสริมการปลูกจำปาดะ จังหวัดสตูลเริ่มให้มี งานวันจำปาดะจังหวัดสตูล” มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยจัดขึ้นในระหว่างเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม จนเป็นงานประเพณีสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ชาวสวนจำปาดะจะนำจำปาดะของตนเองออกมาจำหน่าย และโชว์ให้ประชาชนทั่วไปชม งานวันจำปาดะจังหวัดสตูล ครั้งแรกจัดขึ้นที่อำเภอเมืองสตูล ต่อมาย้ายไปจัดบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอควนโดน โดยจัดเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบัน ในงานจัดให้มีการประกวดพันธุ์จำปาดะ ชมผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ประกวดผลไม้ พืชผัก ไม้ประดับ  ขบวนแห่ผลไม้ การแข่งขันปรุงอาหารโดยใช้เนื้อและเม็ดจำปาดะ เช่น จำปาดะทอด ข้าวเหนียวจำปาดะ ข้าวเกรียบจำปาดะ เป็นต้น จึงเป็นงานเทศกาลที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสตูล และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปทั้งในและต่างจังหวัด





-อำเภอท่าเเพ ประเพณีข้าวโพดหวาน

การจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในครั้งนี้ เป็นการร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลท่าแพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล องค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ กลุ่มวิสาหกิจ กลุ่มเกษตรกรกลุ่มต่างๆ ร่วมกันจัดขึ้นภายใต้ชื่อ “โครงการตามทันเกษตร เทศกาลข้าวโพดหวาน ของดีเมืองท่าแพ ครั้งที่ 5” เป็นกิจกรรมการจัดงานเทศกาลข้าวโพดหวาน โดยหวังสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวโพดหวาน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ จำหน่ายสินค้า และผลผลิตทางการเกษตรมาเป็นจุดขาย ตลอดจนการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าแพ ได้ร่วมกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ออกบูทจัดนิทรรศการเพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดงานในครั้งนี้ด้วย  วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าแพ และจังหวัดสตูล ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปอย่างแพร่หลาย เพื่อส่งเสริมให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น จากการจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง และผลผลิตทางการเกษตร เพื่อประชาสัมพันธ์ผลผลิตทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นตลาดกลางให้แก่กลุ่มเกษตรในการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร และผลผลิตหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น




-อำเภอมะนัง ประเพณีชักพระ

การจัดกิจกรรมประเพณีชักพระ ของอำเภอมะนัง จังหวัดสตูล จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 13 มีวัตถุประสงค์เพื่อ อนุรักษ์จารีตประเพณีที่มีสืบต่อกันมา ในเทศกาลวันออกพรรษา โดยพี่น้องประชาชนจะได้ร่วมกันสร้างบุญสร้างกุศล โดยการชักเรือพระ โดยมีวัดในอำเภอ เข้าร่วมจัดตกแต่งเรือพระจำนวน 8 วัด นอกจากนี้ยังมีการประกวดเรือพระในประเภทต่างๆ ได้แก ประเภทสวยงาม และประเภทความคิดสร้างสรรค์ มีการประกอบพิธีสมโภชเรือพระ การร่วมกันทำบุญตักบาตรเนื่องในวันออกพรรษา แต่ปีนี้ทางอำเภอมะนัง ได้งดการจัดกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ และเปลี่ยนมาเป็นกิจกรรมการลงนามถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แทน โดยทางคณะผู้จัดงานจะคงไว้เฉพาะพิธีสำคัญทางศาสนาเท่านั้น


-อำเภอเมืองสตุล ประเพณีขันว่าว

การแข่งขันว่าวประเพณีจังหวัดสตูล เริ่มมีวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ โดยคณะครู-อาจาย์โรงเรียนสตูลวิทยา และชาวบ้านตำบลคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ริเริ่มจัดการแข่งขัน เนื่องจากช่วงเดือนกุมภาพันธ์ลงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ลมว่าวกำลังพัดย่านท้องที่สนามบิน และในจังหวัดภาคใต้ เหมาะแก่การเล่นว่าว ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นเมืองที่ลงทุนน้อย เล่นง่าย เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ประดิษฐ์ว่าวประเภทต่างๆ ขึ้นมาประกอบคนชาวไทยเป็นนักประดิษฐ์ ช่างคิด ช่างทำ เห็นควายอยู่ในนาที่กำลังเก็บเกี่ยวจึงได้จำลองหน้าตาของควายลงในตัวว่าว ขณะที่ว่าวลอยกลางอากาศส่วนหางจะอยู่บน ส่วนหัว เขา จมูก หู อยู่ส่วนล่าง ว่าวมีเสียงดังอยู่ไม่นิ่ง ส่ายไปมาเหมือนนิสัยบ้าบิ่นของควาย ชาวบ้านจึงเรียกว่าวควาย เป็นสัญลักษณ์ของการเล่นว่าวในจังหวัดสตูล เป็นที่นิยมของประชาชนในจังหวัดใกล้เคียง เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ




-อำเภอละงู ประเพณีส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์แห่งความสมานฉันท์ และสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของประชาชนในพื้นที่อำเภอละงู ตลอดจนการเชื่อมโยงประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปะการแสดงพื้นบ้านในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนระดับภูมิภาคกลุ่มประเทศอาเซียนและนานาชาติ อีกทั้งเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สืบทอดต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชุมชน โดยจัดขึ้นในพื้นที่อำเภอละงู ซึ่งเป็นอำเภอที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอันดามันและมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สะอาด สวยงาม และมีความอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นประตูสู่ตะรุเตาที่มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะความโดดเด่นทางด้านพหุวัฒนธรรมที่มีความสงบ สันติสุข ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้




                                           อ้างอิง
                           http://www.khoratfossil.org





4 ความคิดเห็น: